• Welcome to ลงประกาศฟรี โปรโมทเว็บ SEO SMF PBN.
 

🌏การเจาะดิน✅ สิ่งจำเป็น 🥇แต่คนมองข้าม ทำไมต้องเจาะสำรวจดิน?🌏

Started by dsmol19, Jul 30, 2024, 10:09 AM

Previous topic - Next topic

dsmol19

🌏🥇⚡โดยปกติแล้วเมื่อท่านทำการก่อสร้างบ้านหรืออาคาร✅ ถ้าท่านไม่ใช่วิศวกรส่วนใหญ่ก็จะทำตามแนวทางที่ผู้รับเหมาก่อสร้างแนะนำ✅ แต่ผู้รับเหมาบางราย✨ต้องการลดค่าใช้จ่าย📌 (ต้องขอย้ำว่าไม่ใช่ทุกรายนะครับ✨) ก็จะตัดการทดสอบที่ตนเห็นว่าไม่จำเป็นออกไป🌏 ซึ่งสิ่งแรก ๆ ที่ตัดสินใจตัดออกคงหนีไม่พ้นเรื่องการเจาะสำรวจดินก็เป็นแน่⚡ ในบทความนี้จะอธิบายให้ท่านเล็งเห็นถึงความสำคัญของการเจาะสำรวจดินก่อนการก่อสร้างอาคาร🌏 ว่าไม่ควรมองข้ามและมีประโยชน์อย่างไร✨



✅👉📢🌏ความสำคัญของการเจาะสำรวจดิน👉🦖🎯✅🛒

1. ทำให้เราทราบประเภทและชนิดของดินใต้พื้นที่ก่อสร้าง📢 เพื่อประเมินลักษณะเชิงกล✅ เพื่อเลือกฐานรากที่เหมาะสม👉 หากดินมีความแข็งแรงเพียงพอ อาจเลือกใช้ฐานแผ่⚡
2. ทำให้ทราบความลึกของชั้นดินดาน (ดินแข็ง)✅ ว่าอยู่ลึกลงไปเท่าไร เพื่อจะได้คำนวณกำลังรับน้ำหนักของเสาเข็ม📢 และการประเมินความยาวเสาเข็มที่เหมาะสม🦖
3. ลดความผิดพลาดในการตอกเสาเข็ม🎯 หากเจอชั้นดินแข็งแต่ไม่หนา ที่ชั้นความลึกน้อย ๆ🌏 อาจทำให้คนตอกเสาเข็มหยุดตอก เพราะคิดว่าถึงชั้นดินแข็งแล้ว🦖 แต่จริง ๆ สามารถตอกทะลุลงไปได้หากเข่นลงไปอีกซักพัก📢
4. หากดินในบริเวณที่สำรวจมีความผันผวนมาก🎯 วิศวกรอาจสั่งให้เจาะสำรวจหลายหลุมเพื่อเปรียบเทียบ✅ อาจต้องออกแบบฐานรากหลายแบบเพื่อก่อสร้างอาคารในบริเวณนั้น🎯

🦖🎯✅🛒ประเภทของการเจาะสำรวจดินที่นิยมใช้🛒👉📢🌏✅

1. การใช้เครื่องเจาะ Motorized Drilling Rig🌏
เครื่องเจาะที่เคลื่อนย้ายสะดวก🥇 อีกทั้งยังเป็นที่ชื่นชอบของทีมเจาะสำรวจดิน⚡ ว่ากันด้วยเรื่องของความสะดวก✅ และรวดเร็วในการติดตั้ง🦖 ทำให้งานเจาะสำรวจดินเสร็จเร็วขึ้น ในที่นี้ขอกล่าวถึง การเจาะแบบฉีดล้าง (Wash Boring)🌏 ก็จะเป็นในลักษณะของการใช้เครื่องสูบน้ำและหัวกระทุ้ง (Chopping Bit)📢 ต่อจากแท่งเจาะ📌 ปลายบนต่อกับหัวหมุน👉 ซึ่งจะต่อไปยังเครื่องสูบน้ำขณะทำการกระทุ้งดิน📢 จะทำการสูบน้ำฉีดหัวเจาะผ่านรูก้านเจาะตลอดเวลา👉 น้ำที่ฉีดจะไหลวนขึ้นมาพร้อมกับเศษดิน ซึ่งจะมาตกในบ่อน้ำวน จนได้ความลึกที่ต้องการเก็บตัวอย่าง
การเจาะตลอดความลึกของหลุมเจาะ ในดินเหนียวอ่อน👉 หลุมเจาะจะมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 4 นิ้วและลดลงเหลือ 3 นิ้ว ในดินแข็ง🥇 ระหว่างดำเนินการเจาะสำรวจดินก็ต้องมีการฝัง ท่อป้องกัน🎯 ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 4 นิ้วลงไปจนถึงชั้นดินแข็ง🌏 เพื่อป้องกันการพังทลายของหลุม🎯 และใช้ Bentonite Slurry🦖 ช่วยป้องกันการพังในชั้นทราย📢 ทำการเจาะจนถึงชั้นดินแข็งที่มีค่า SPT-N มากกว่า 50📌

2.การเจาะสำรวจดินด้วย Rotary Drilling✅
สามารถใช้เจาะดินได้ทุกประเภท🎯 เป็นลักษณะของเครื่องเจาะสำรวจดินที่มีประสิทธิภาพสูง🥇 ด้วยระบบไฮดรอลิก📢 เข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพแทนแรงงานคน🛒 สามารถเจาะสำรวจดินแบบทะลุทะลวงได้ลึกเกินกว่า 40 เมตร🎯 โดยใช้เครื่องยนต์ (Rotary Drilling Rig)🥇 ที่ส่งกำลังแรงปั่นหัวเจาะลงไปลึก ๆ และอยู่ในระดับความเร็วที่ต้องการ🦖 ดินจะถูกปั่นขึ้นมาตาม (flight auger)🦖
วิธีนี้เครื่องยนต์จะใช้กำลังบิดหัวเจาะมาก⚡ ดังนั้นจึงมักเจาะช่วงสั้น ๆ เช่น 1.5 เมตร🌏 แล้วยกหัวเจาะขึ้น เพื่อนำดินออก✅ แล้วจึงนำไปเจาะต่ออีก 1.5 เมตร🛒 จึงสามารถตรวจลักษณะชั้นดินได้ตลอดความลึก🦖 การใช้หัวเจาะผนวกกับการเจาะสำรวจดินแบบฉีดล้าง🥇 หรือการเจาะด้วยความเร็วสูง🥇 ทำให้ตัดดินและปล่อยน้ำ🦖 โดยใช้แรงดันน้ำจากปั๊มน้ำแรงดันสูง📌 เพื่อพาดินขึ้นมาที่ผิวดิน📢 เศษดินหรือหินจะถูกส่งขึ้นมาด้วยน้ำจากก้นหลุมเจาะด้วยหัวฉีดที่อยู่บริเวณหัวเจาะ👉 ในดินแข็งหลุมจะไม่พังทลาย🌏

แต่ในดินแบบ soft clay หรือ sand✅ ต้องสวมท่อเหล็กเพื่อป้องกันดินพังทลาย👉 หรือไม่ก็ต้องใช้ drilling mud (ส่วนผสมของน้ำกับสาร Bentonite)⚡ ผสมลงในน้ำที่ฉีดลงไปในหลุมเจาะ เพื่อป้องกันการพังทลายของหลุมเจาะ🦖 นอกจากจะทำให้ผนังและหลุมเจาะไม่พังแล้ว ยังช่วยพาเอาวัสดุเม็ดใหญ่จากก้นหลุมขึ้นมาด้วย🦖 เป็นเหตุให้หลุมเจาะสะอาด ในกรณีพบหินแข็งต้องใช้หัวเจาะเพชรเพื่อตัดชั้นหินและเก็บตัวอย่างหิน📌 จึงเรียกว่า การเจาะหิน (Rock Coring)🌏